อเล็กซานเดอร์ มาร์ก เป็นนักฟุตบอลในตำแหน่งกองกลางของสโมสร ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ

หลังจากที่เจ้าตัวกลายเป็นเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะนักเตะของเซาแทมป์ตัน จากนั้นในฤดูกาล 2010–11 ได้มีการย้ายมาเซ็นสัญญากับ อาร์เซนอล ในช่วงเดือนสิงหาคม ในปี ค.ศ. 2011 และเป็นผู้ยิงประตู 2 ประตูใน 3 นัดแรกกับสโมสร อาร์เซนอล ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน ยังเป็นนักเตะประจำของทีมชาติอังกฤษในชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี และถือว่าเป็นนักฟุตบอลของอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงประตูได้ใน แชมเปียนส์ลีก

อาร์เซนอล

ในรายการ เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ ของปี 2015 ซึ่งเป็นรายการก่อนเริ่มฤดูกาล 2015–16 อาร์เซนอล ต้องเจอกับ เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้ และเอาชนะมาได้ 1–0 จากการทำประตูของ เชมเบอร์ลิน ในนาทีที่ 24 ทำให้ อาร์เซนอลสามารถป้องกันแชมป์ เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ ได้ ถือว่าเป็นแชมป์สมัยที่ 14 อีกทั้งยังถือเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่อาร์แซน แวงแกร์ สามารถเอาชนะโชเซ มูรีนโย ได้

แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ เชมเบอร์ลิน กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเล่นได้ไม่ดี ซ้ำในช่วงปลายฤดูกาลยังมีอาการบาดเจ็บทำให้พลาดโอกาสในการติดทีมชาติไปแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี 2016 ที่ฝรั่งเศส แต่ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ของปี 2016-17 เกมการอุ่นเครื่องกับ แอร์เซล็องส์ ทีมในดิวิชัน 2 ของฝรั่งเศส ที่สนามสตาดบอลาร์ต เดอเลลิส และ เชมเบอร์เลน เป็นผู้ที่ทำประตูให้กับสโมสร อาร์เซนอล เสมอในนาทีที่ 82 จบการแข่งขันไป 1–1

ลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2017-18

หลังเริ่มฤดูกาล 2017–18 ผ่านไปได้ 3 เกม ก่อนที่จะมีการซื้อขายนักเตะจะจบลง ในวันที่ 31 สิงหาคม ในปี ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลิน ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวประมาณ 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) ด้วยระยะเวลาในสัญญา 5 ปี โดย เชมเบอร์ลิน เลือกใช้เสื้อหมายเลข 21 ต่อมาวันที่ 9 กันยายน ในปี ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลินมีโอกาสลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นเกมแรก โดย เชมเบอร์ลิน ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ต้องแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่ เอติฮัดสเตเดียม ด้วยสกอร์ 0-5 ต่อมาในวันที่ 4 พฤศจิกายน ของปี ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลิน สามารถทำประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017–18 เกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่ลอนดอนสเตเดียม ด้วยสกอร์ 4-1 หลังจากนั้นในวันที่ 26 ธันวาคม ในปี ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลิน ก็สามารถทำประตูที่ 2 ในเกมพรีเมียร์ลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ในฐานะเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี มาด้วยสกอร์ 5-0 หลังจากนั้นในวันที่ 14 มกราคม ปี ค.ศ. 2018 เชมเบอร์ลิน สามารถทำประตูที่ 3 ในศึก พรีเมียร์ลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล เป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี มาได้ด้วยสกอร์ 4-3 ต่อมาในวันที่ 4 เมษายน ของปี ค.ศ. 2018 ศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เชมเบอร์ลิน สามารถทำประตูที่ 2 ของเขาในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เกมที่ ลิเวอร์พูล เป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี มาได้ด้วยสกอร์ 3-0 และจากการยิงประตูของเชมเบอร์ลินครั้งนี้ ทำให้ได้รับการโหวตเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร ลิเวอร์พูล ในงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2018

ฤดูกาล 2021-22

ต่อมาในวันที่ 22 ธันวาคม ของปี ค.ศ. 2021 ฟุตบอล ลีกคัพ รอบ 5 เชมเบอร์ลิน สามารถซัดประตูได้ในเกมที่ ลิเวอร์พูล เป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เลสเตอร์ซิตี ด้วยสกอร์ 3-3 แต่สุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ก็เอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-4 ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม ในปี ค.ศ. 2022 เชมเบอร์ลิน กลับมาทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021–22 เกมที่ ลิเวอร์พูล เป็นเจ้าบ้านเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เบรนต์ฟอร์ด มาได้ด้วยสกอร์ 3-0 หลังจากนั้นในวันที่ 23 มกราคม ในปี ค.ศ. 2022 เชมเบอร์ลิน สามารถทำประตูที่ 2 ของเขาในศึกพรีเมียร์ลีก ในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะทีม คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก มาได้ด้วยสกอร์ 3-1