คุณภาพเรือใบที่เหนือกว่า! ในศึก ดาร์บี้ แมตช์ เห็นได้ชัดว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือชั้นกว่าทุกรูปแบบและยังหนีหงส์แดงเป็นหกแต้ม

ในศึก ดาร์บี้ แมตช์ เห็นได้ชัดว่า แมนฯซิตี้ เหนือชั้นปีศาจแดง จึงคว้าชัยชนะมาอย่างง่ายดาย พวกเขาไล่บุกคุมเกม ได้ตลอด จากศึกครั้งนี้ แมนฯยูไนเต็ด คงต้องหากุนซือยอดฝีมือระดับเดียวกับ เป๊ป มาทำงานแทน หากต้องการกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

    ผลงานจากเกมนี้ไม่แปลกเลย ด้วยฟอร์มการเล่น และคุณภาพของนักเตะทีมเป๊ป ดีกว่ามากๆ อีกทั้งปีศาจแดง เปลี่ยนเฮดโค้ชมาเป็น ราล์ฟ รังนิก จากที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่ารูปแบบการเล่นยังไม่ลงตัวมากนัก ทำให้เก็บแต้มยากหน่อย จน อาร์เซนอล แซงขึ้นอันดับสี่เรียบร้อยแล้ว มองย้อนหลังไปยุค โอเล กุนนาร์ โซลชา เขาวางเกมมาดี สามารถสอยเรือใบคาเอติฮัด ได้โดยเฉพาะสองครั้งหลังสุด

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีการปรับเปลี่ยนนักเตะไม่ใช่เรื่องแปลก จากจังหวะที่ รูเบน ดิอาส บาดเจ็บเลยต้องใช้ จอห์น สโตนเล่นเซนเตอร์กับ ลาปอร์ก แบ๊กสองข้างขาประจำ วอล์คเกอร์ กับ กานเซโล ในส่วนของแดนกลาง กุนโดกัน ใช้ แบร์นาโด ซิลวา, โรดริโก และ เควิน เดอ บรอยน์ ส่วนข้างหน้า แจ๊ค กรีลิช ลงสนามแทน ราฮีม ฝั่งขวายังคงเป็น มาห์เรส ส่วนฟอลส์ไนน์ คือ ฟิล โฟเดน ที่กำลังโชว์ฟอร์มดีมาตลอด

   ส่วน ราล์ฟ รังนิก ใช้แผน 4-4-2 วางหมาก ปอล ป๊อกบา กับ บรูโน เป็นคู่หน้า ริมเส้นให้ เอลังก้า กับ ซานโช คู่กลางยังคงเป็น แมก-เฟรด ส่วนแบ๊กโฟร์ ราฟาแอล วาราน และ ลุค ชอว์ มีการติดโควิดจึงเป็นโอกาสของ ลินเดอเลิฟ – แมกไกวร์ แบ๊กสองข้าง วาน บิสซาก้า และ เตลลีส

    มาวิเคราะห์แนวคิดของ ราล์ฟ หวังพยายามหาจังหวะเปลี่ยนเกมให้เร็ว แต่ปรากฏว่าในช่วงห้านาทีแรกกลับโดนลูกทีมเป๊ป แก้เกมได้เสียประตูนาทีที่ 4 จากการบุกครั้งแรก

เกมรับปีศาจแดงหลวมเกินไป ในห้านาทีแรกที่เสียประตูเกิดจากจังหวะโจมตีด้านขวา การประสานงานกันระหว่าง แจ๊ค กรีลิช กับ แบร์นาโด ซิลวา จึงทำให้เกมรับผีแดง ป่วน เริ่มจาก ลินเดอเลิฟ ออกไปเล่นริมเขตโทษ เพื่อช่วย วานบิสซากา แมกไกวร์ เฝ้ากรอบหกหลา เฟรด ลงมาคุมช่วยอีกแรงแต่ไม่ได้ดูคนอยู่ห่างกันมาก เดอ บรอยน์ ก็ไม่เข้าหานักเตะก่อนขยับตัวช้าก็ช้า จึงโดนประตูแรก จากการบุกเพียงแค่ครั้งแรก

เกมสวนผีแดงถือว่าทำได้ดี ในจังหวะที่บอลหลุดทะลุ โรดริโก มาถึงตัว ป๊อกบา กลางสนามก่อนที่เจ้าตัวจะส่งให้ ซานโช หลุดเดี่ยวเข้าไปและหลอก โรดริโก แล้วปั่นโค้งเข้าไปสวยงามในนาทีที่ 21 และมีอีกหลายจังหวะก่อนหน้านี้ ถือได้ว่าเป็นแผนที่วางเอาไว้ และทำได้ดีด้วย ถึงแม้ว่าในจังหวะสุดท้ายคือความสามารถของ ซานโช แต่การที่ ป๊อกบา โยนบอลยาวๆ พอใช้ได้ ถือว่ากดดัน แมนฯซิตี้ ได้ดีเลยทีเดียว

    ในจังหวะการเล่นบอลของปีศาจแดงปราการหลังโดนนักเตะแมนฯซิตี้ หลอกจนเสียบอล เมื่อเอลังกาปล่อยบอลพลาดโดนโขกเข้าหน้าเขตโทษได้ โฟเดน ไหวพริบดีและเร็ว กระดกบอลหลอก ลินเดอเลิฟ ก่อนที่จะหลุดเข้าไปยิงแต่ติดเซฟ เดเคอา แต่สิ่งที่เห็นจังหวะจากนั้นคือเสื้อสีฟ้าสามารถลุยเข้ากรอบ 6 หลาถึง 3 คน จังหวะซ้ำบอลกระดอนมาเข้าทาง เดอ บรอยน์ สอยไม่เหลือ 2-1

ครึ่งหลังเห็นได้ชัดว่าผีแดงเป็นรองรูปเกมไม่ดีเลยสำหรับแมนฯยูฯในครึ่งหลัง โดนซิตี้ คุมเกมสร้างโอกาสในแดนสามต่อเนื่อง  และที่สำคัญผีแดงแถบไม่ได้สวนกลับเลย แถมยังหาไม่มีโอกาสยิงเลยจนถึง 70 นาที มีการเปลี่ยน ป๊อกบา และ เอลังกา ออก ส่ง ลินการ์ดกับ แรชฟอร์ด มาแทน ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากโดนยิงอีกลูก 3

จากจังหวะเตะมุมของ เดอ บรอยน์ ที่ มาห์เรส วิ่งเข้ามายิงสุดคม 3-1 ต้องบอกเลยว่าเด็กผีแดงกระจัดกระจาย ที่ว่างเต็มไปหมด แค่แมนฯซิตี้ พยายามหาจังหวะทำสกอร์ในแดนสามเท่านั้น  ลูก 4-1 เป็นจังหวะแถมของ มาห์เรส ที่ไม่ล้ำหน้า เมื่อตรวจสอบจากวีเออาร์

    จากผลที่ออกมาต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เป๊ป เขาอยู่มานานกับทีมที่คุ้นเคย ระบบจึงลงตัว ส่วน ราล์ฟ รังนิก วางเกมการเล่นไม่ลงตัว วิธีการและปรัชญาของเขาป้อนให้นั้นนักเตะก็ยังไม่รับเข้าหัวซะทีเดียว จะรัดกุมก็ไม่เชิง จะสวนกลับก็ไม่ดีเท่าไหร่ มันก็เป็นฟุตบอลที่แตกต่างอยู่แล้ว

    นักเตะที่สามารถทำแฮทริกในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บีคือ อังเดร แคนเชลสกีส 10 พ.ย.ปี 1994 ในเกมนั้น ปีศาจแดง ถล่ม เรือใบสีฟ้า ที่ยังไม่มีท่านชีคมาดูแล 5-0  ส่วนนักเตะของเรือใบสีฟ้าที่แฮทริกในเกมดาร์บี้แมตช์นั้นคือ ฟรานซิส ลี ปี 1970

    ชัยชนะของทีมเรือใบสีฟ้าครั้งนี้หวังไว้ว่าต้องการที่จะยืดเป็น 6 แต้มให้ได้ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล ประเด็นที่น่าสนใจจากการไล่บี้แชมป์นับจากนี้ คือสาวกหงส์คงต้องเอาใจช่วยทีมให้ชนะไปเรื่อยๆ มากกว่าที่จะไปสาปแช่งแมนฯซิตี้  เพราะลิเวอร์พูล ตามหลังอยู่หกแต้ม จึงไม่มีโอกาสผิดพลาดได้อีก ถ้าต้องการรักษาช่องว่างได้สามแต้มจากเกมในมือไว้